Bangkok Biennial Statement

From Bangkok Biennial
Jump to: navigation, search

English

A Level Platform The Bangkok Biennial has been set up as a challenge to the 'authority of access' to representation in art and curatorial practices. It offers an open-source platform: a level playing field for creative experimentation and social installation which chooses a model of inclusivity in contrast to top-down art economics.

By engaging with the well-understood city-based ‘biennial/biennale’’ format, the Bangkok Biennial explodes many of the inherent assumptions; in an effort towards decentralization, the Bangkok Biennial has no central curators, no dispersion of resources and even does not take place only in the city of Bangkok. It is an ‘open-access’ event.

‘Pavilion’ as a participatory framework There is a global trend of experimental approaches to the large-scale biennial-type art event. We align ourselves in this direction, rather than attempting to emulate the model of a 100+ year-old institution such as the Venice Biennale. We find this contemporary experimenting with approach more relevant in current socio-political climates than the traditional top-down processes.

Bangkok Biennial is an exploration of another structure of representation.

Why do we use the word ‘pavilion? We seek to deconstruct the connotation of the word ‘pavilion’. This is a reclamation of access. A rejection of the authority which grants and restricts that access.

To this end, we have set up a model of decentralization through a platform on which to build autonomous pavilions called the Bangkok Biennial. A pavilion can be built by anyone who is able to do so. The nature of each pavilion will be determined by the instigator of that pavilion and the nature of the biennial will be determined by the sum of all pavilions.

This model sets up a participatory framework with which the various stakeholders can choose to engage or not. Engagement will come both from those who participate in the Bangkok Biennial as well as those who become active critics of it. We believe this approach will add to a more rounded representation of contemporary art practice and lead to a relevant and interesting biennial exhibition.

ไทย

พื้นที่เท่าเทียมกัน Bangkok Biennial ถูกสร้างขึ้นเพื่อท้าทายอำนาจของสถาบันในการนำเสนอศิลปะและการจัดการทางศิลปะ โดยต้องการนำเสนอแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส : พื้นที่เท่าเทียมกันในการทดลองทางความคิดสร้างสรรค์และการจัดการทางสังคมโดยเลือกวิธีที่เปิดกว้างแทนที่การจัดการแบบบนลงล่าง

ด้วยการมีส่วนร่วมกับรูปแบบอิงความเป็นเมืองหรือ ‘biennial/biennale' ที่เราเข้าใจกันดี งาน Bangkok Biennial ประทุให้เกิดสมมติฐานมากมายในตัวมันเอง ด้วยความพยายามที่มุ่งเน้นทำลายการรวมศูนย์ Bangkok Biennial จะไม่มีภัณฑารักษ์กลาง ไม่มีการกระจายทรัพยากรต่างๆ และไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะในกรุงเทพเท่านั้น งานนี้เป็นงานกิจกรรมแบบเปิดที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ 'พาวิเลียน' : พื้นที่เท่าเทียมในการมีส่วนร่วม ในขณะที่กระแสของ โลกมีการทดลองใช้รูปแบบการจัดงานศิลปะขนาดใหญ่ที่มีทุกสองปีในรูปแบบต่างๆ เราสนับสนุนแนวทางนี้มากกว่าการพยายามเลียนแบบระบบของสถาบันเก่าแก่ร้อยปีอย่าง เวนิส เบียนนาเล่ พวกเราคิดว่าวิธีการทดลองในแบบนี้ มีความข้องเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันของ เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง มากกว่าขนบการจัดการแบบบนลงล่าง

Bangkok Biennial คือการสำรวจหาโครงสร้างอื่นของการแสดงออก

"ทำไมเราเลือกใช้คำว่า 'พาวิเลียน' พวกเราต้องการถอดรื้อนัยยะของคำว่า 'พาวิเลียน'

นี่เป็นการเรียกคืนสิทธิในการเข้าถึง คือการปฏิเสธผู้มีอำนาจในการอนุญาตและจำกัดการเข้าถึงผลประโยชน์นั้นๆ

ด้วยเหตุนี้ พวกเราเลือกรูปแบบที่จะทำลายการรวมศูนย์ ผ่านการสร้างพื้นที่ ที่แต่ละพาวิเลียนเป็นเอกเทศต่อตัวเอง โดยเรียกมันว่า Bangkok Biennial แต่พาวิเลียนนั้นจะสร้างโดยใครก็ได้ ที่สามารถทำได้ ลักษณะของแต่ละพาวิเลียนถูกตัดสินใจโดยผู้ที่ริเริ่มพาวิเลียนนั้นๆ และลักษณะโดยรวมของงาน ก็จะถูกสรุปด้วยเหล่าพาวิเลียนที่อยู่ในงานทั้งหมด

รูปแบบการจัดตั้งนี้สร้างกรอบการทำงานที่อนุญาตให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ การมีส่วนร่วมไม่ได้หมายถึงแต่ผู้ที่เข้าร่วมข้องเกี่ยวกับงาน Bangkok Biennial เท่านั้น แต่รวมถึงผู้คนที่วิพากษ์ วิจารณ์ตัวมันด้วยเช่นกัน พวกเราเชื่อว่า ด้วยรูปแบบเช่นนี้ จะสามารถแสดงออกให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในแวดวง ศิลปะร่วมสมัยได้ดีกว่า และสามารถนำไปสู่การจัดนิทรรศการที่มีคุณค่าและน่าสนใจ